ด้านหน้าอาคาร
Glory Wabi Sabi Hotel
มุมกว้างอาคาร
Glory Wabi Sabi Hotel
ข้อมูล โครงการ

แรงบันดาลใจ

Wabi-Sabi ปรัชญาอันเป็นรากฐานของงานออกแบบที่แฝงด้วยเสน่ห์และจิตวิญญาณอันล้ำลึกของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถเปลี่ยนแนวคิด ทำให้เรามองความสวยงามในรูปแบบที่แตกต่าง โดยเลือกบางมุมของ วะบิ-ซาบิ ที่สอดคล้องและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานออกแบบได้อย่างน่าสนใจ

หัวใจสำคัญของแนวคิดแบบ Wabi-Sabi

‘ความงาม’ คำคุ้นเคยที่มักโผล่เข้ามาในชีวิตประจำวันของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะมองเห็นอะไร ก็มักมีความงามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ  ซึ่งถ้าพูดถึงคำๆ นี้เมื่อไร สิ่งที่คนส่วนมากมักจะนึกถึงคงจะเป็น ความสมบูรณ์ สมมาตร เนี้ยบ เป๊ะ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ Wabi-Sabi ซึ่งมองความสวยงามของสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบได้อย่างล้ำลึกและน่าสนใจมากทีเดียว

หากเราลองถามคนญี่ปุ่นว่า วะบิ-ซาบิ คืออะไร แน่นอนว่าเราย่อมไม่ได้คำตอบ เพราะถ้าให้อธิบายถึงความหมายของ วะบิ-ซาบิ คงเหมือนกับการอธิบายคำว่า ความงาม ซึ่งไม่สามารถอธิบายเป็นคำจำกัดความได้ เพียงแต่เน้นไปที่แก่นแท้ของความรู้สึก  เชื่อว่าหลายคนยังเกิดคำถามว่า แท้จริงแล้ว วะบิ-ซาบิ ต้องเป็นแบบใด? เพื่อให้มองเห็นภาพวะบิ-ซาบิ เป็นรูปธรรมมากขึ้น ลองสังเกตคุณสมบัติทางวัตถุทั้ง 7 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวะบิ-ซาบิ

เป็นธรรมชาติ

ความเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไร้การปรุงแต่ง โชว์พื้นผิวที่แฝงด้วยความเปราะปรางต่อสภาพอากาศ เช่น การเปิดเผยเนื้อแท้ของลายไม้ วัตถุที่สนิมขึ้น ซีดจางจากแดด หรือมัวหมองจากการตากฝน มักแฝงไปด้วยรอยเหี่ยวย่น หรือการหลุดลอก

ไม่สม่ำเสมอ

ความแตกต่างจากมาตรฐานเดิมที่เคยเห็นหรือเคยเป็น อาจเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่เกิดเป็นความสวยงาม เช่น การซ่อมแซมถ้วยชามที่แตกกลับมาใช้งานได้ใหม่อย่างสวยงาม (คินสึงิ : Kintsugi)

สันโดษ

วะบิ-ซาบิ ส่วนมากจะไม่โฉ่งฉ่าง รักความสงบ และมักจะอยู่ในที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มุมใดมุมหนึ่ง เช่น ดอกไม้ป่าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติที่ซอกตึก จนกลายเป็นสวนที่มองแล้วสวยงาม สร้างความรื่นรมย์

ไม่เสแสร้ง

ความไม่เสแสร้ง ทำให้วะบิ-ซาบิ ดูถ่อมตัว สงบเสงี่ยม ไม่จำเป็นต้องถูกชื่นชมหรือให้ค่าโดยตรง ดังนั้นวะบิ-ซาบิ จึงไม่ใช่วัตถุประเภทที่จะเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ ต้องการการแปะป้าย หรือถูกมองว่าเป็นของมีคุณค่าตามรสนิยมในท้องตลาด

กำเนิดจากดิน

วะบิ-ซาบิ อาจจะดูหยาบ ไม่ประณีต และมักทำจากวัสดุซึ่งเรายังมองเห็นเนื้อแท้เดิมของมันได้

หม่นมัว

วะบิ-ซะบิ มักจะมีลักษณะอ่อนจาง ไม่ชัดเจน คล้ายกับว่ากำลังจะเลือนหายไป เช่น วัสดุที่เคยมีสีสดใสกลับกลายเป็นสีมอๆ เหมือนดิน วะบิ-ซะบิ จึงมักมาในเฉดสีเทา น้ำตาล สีดำหม่นๆ สีเขียวหม่น หรือน้ำเงินหม่น

เรียบง่าย

การลดทอนองค์ประกอบที่ฟุ่มเฟือยออกไป เปิดเผยถึงความเป็นจริงตามธรรมชาติ ซึ่งไร้การปรุงแต่ง แสดงสัจจะแท้จริงของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา

ไม่สมบูรณ์แต่ทำไมยังสวยงาม

ถ้าให้มองความสวยงามในแบบ วะบิ-ซาบิ อาจจะยากสักหน่อยสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นชิน แต่แท้จริงแล้ววะบิ-ซาบิ มีอยู่ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่เราอาจไม่ทันได้สังเกต

เคยมองเห็นผนังบ้านที่มีตำหนิ ซึ่งเห็นมาตั้งแต่วัยเด็กจนเราเติบโตไหม? เคยมองเห็นร่องรอยของสิ่งของที่คุณพ่อซ่อมแซมให้จนนำมาใช้ซ้ำไม่รู้กี่ครั้งไหม? สิ่งเหล่านี้ คือ วะบิ-ซาบิ ซึ่งอาจพูดได้ว่า ในร่องรอยของความไม่สมบูรณ์นั้นต่างแฝงความทรงจำ สิ่งที่ทำให้เราหวนถึงอดีต หรือเหตุการณ์สำคัญบางอย่าง ทำให้สิ่งที่เห็นเหล่านี้เกิดเรื่องราวที่ช่วยส่งเสริมความสวยงาม และทำให้เราจดจำความสำคัญของสิ่งนั้นๆ ได้ชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

แนวคิด โครงการ

สำหรับการนำ วะบิ-ซาบิ มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบ เราไม่อยากเรียกวะบิ-ซาบิว่าเป็นเทรนด์หนึ่งของการออกแบบ เพราะวะบิ-ซาบิเป็นจิตวิญญาณและแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่านั้นมากนัก ไม่เพียงแต่เป็นการตกแต่งของใช้ หรือสร้างขึ้น แต่เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ปรุงแต่ง แต่หากเราจะนำมาประยุกต์กับงานออกแบบแล้ว ก็ย่อมต้องปรับ วะบิ-ซาบิ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมมากที่สุด

แก่นหนึ่งของวะบิ-ซาบิ คือ ธรรมชาติ วัสดุส่วนมากที่นำมาใช้ออกแบบจึงควรเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติแท้ๆ วัสดุธรรมชาติในที่นี้จะต้องไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือก็คือการใช้สัจจวัสดุที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง และเน้นใช้สีธรรมชาติ หม่นๆ มอๆ เช่น สีดำ เทา น้ำเงินเข้ม เขียวเข้ม หรือน้ำตาลเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักๆ ในงาน สิ่งสำคัญในการออกแบบจากแก่นของวะบิ-ซาบิ นั้นจะต้องเรียบง่าย ปล่อยให้วัสดุชิ้นนั้นเกิดความสวยงามด้วยตัวของมันเอง เช่น เหล็กที่เกิดสนิม หรือไม้ที่มีร่องรอยการผุพังตามเวลา เน้นใช้ของชิ้นหลักที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุ หรือการออกแบบตามเทรนด์ในช่วงนั้นๆ อีกแก่นหนึ่งของวะบิ-ซาบิ คือความสวยงามในความไม่สมบูรณ์ การออกแบบตามแนวคิดนี้ จึงเป็นการลดความเนี้ยบลง เช่น การฉาบปูนที่อาจจะไม่ต้องเรียบมาก แต่ยังคงไว้ให้เห็นเท็กเจอร์ของเนื้อแท้วัสดุนั้นๆ หรือเป็นการเปิดโอกาสให้เรานำวัสดุ อุปกรณ์ สิ่งของที่แตก บิ่น และไม่สมบูรณ์มาใช้สร้างสรรค์งานออกแบบที่มีคุณค่าต่อไปนั่นเอง

มาตรฐาน การตกแต่งห้องชุด

Room Type 01

Room Type 02

สิ่งอำนวยความสะดวก โดยรอบโครงการ
ติดต่อเรา

สถานที่ตั้ง

9 ถนนช้างเผือก ซอย4 ตำบลศรีภูมิ
อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200

เบอร์โทร

052 000 514

E-mail

gloryboutiquesuites@gmail.com

Facebook

Glory Boutique Suites Chiangmai

ติดต่อสอบถาม